คณะพระธรรมจาริก เข้ากราบสักการะพระมหาสังฆนายก ประเทศเมียนมาร์

1210 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสารพุทธศาสนา

คณะพระธรรมจาริก เข้ากราบสักการะพระมหาสังฆนายก ประเทศเมียนมาร์

คณะพระธรรมจาริก นำพระภิกษุ สามเณร เยาวชน เข้ากราบสักการะพระมหาสังฆนายกเดินทางไปศึกษาดูงานพระพุทธศาสนา ณ ประเทศเมียนมาร์ ใน “โครงการธรรมจาริกสู่ดินแดนพระพุทธศาสนา”  คณะพระธรรมจาริกได้นำพระภิกษุ สามเณรและเยาวชนสตรีแกนนำชาวพุทธที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการธรรมจาริกสู่ดินแดนพระพุทธศาสนา เดินทางไปศึกษาดูงานพระพุทธศาสนา ณ ประเทศเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

พระเทพกิตติเวที ประธานคณะพระธรรมจาริก ได้มอบหมายให้พระวิมลมุนี รองประธานคณะพระธรรมจาริก และพระครูวรวรรณวิวัฒน์ กรรมการคณะพระธรรมจาริก นำพระภิกษุ สามเณร เยาวชนเดินทางไปศึกษาดูงานพระพุทธศาสนา ณ ประเทศเมียนมาร์ ในการนี้ ได้เข้ากราบสักการะพระมหาสังฆนายก ดร.ภัททันตะ กุมาระภิวังสะ อภิธชมหารัฐคุรุ อภิธชอัครมหาสัทธัมมะโชติกะ ประธานสงฆ์แห่งสังฆนายกแห่งสหภาพเมียนมาร์ ณ วัดกาบาเอ กรุงย่างกุ้ง โดยได้สอบถามความเป็นมาของโครงการพระธรรมจาริก ทั้งแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจพระภิกษุสามเณรของโครงการพระธรรมจาริกที่ปฏิบัติงานเผยแผ่พระศาสนาในถิ่นทุรกันดารบนพื้นที่สูงในประเทศไทย ทั้งนี้ ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุและประทานประกาศนียบัตรแก่พระภิกษุสามเณรที่เข้าร่วมโครงการฯ จากนั้นนำเข้าสักการะสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ ในประเทศเมียนมาร์ อาทิ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระเจดีย์โบดาทาว พระธาตุมุเตา พระราชวังบุเรงนอง พระธาตุอินแขวน พระหินอ่อน วัดพระเขียวแก้ว พระนอนตาหวาน พระอินสาน และชมช้างเผือกของพม่า


สามเณรสุรชาติ หยกโรจนพสุ ๑ ในคณะสามเณรได้กล่าวว่า “การเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสให้เหล่าสามเณร โดยไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสมาดูงานพระพุทธศาสนาในประเทศเมียนมาร์ ทำให้ได้เห็นความมีศรัทธาตั้งมั่นของพุทธศาสนิกชนที่นี่ เช่น การให้ถอดรองเท้าถุงเท้าก่อนเข้าวัดซึ่งถือว่าเป็นการให้ความเคารพสถานที่อย่างมาก และมีความชื่นชอบพระมหาเจดีย์ชเวดากองเนื่องจากไม่เคยเห็นเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามเช่นนี้มาก่อนในชีวิต และจะนำประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ไปถ่ายทอดให้เพื่อนๆฟัง” พระอเนก ภูริปญฺโญ หัวหน้าอาศรมพระธรรมจาริกหนองเต่า จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจกับการสร้างศาสนสถานของคนพม่าที่สร้างได้ยิ่งใหญ่และเห็นการปลูกฝังการเข้าวัด ทำบุญ ของชาวพม่าตั้งแต่เด็กๆ” นางสาวอรุณี ขำตา ตัวแทนจากศูนย์พัฒนาศักยภาพเยาวชนสตรีวิเวก กล่าวว่า “ดีใจมากที่ได้มีโอกาสสวดธัมมจักรถวายพระธาตุอินแขวนครบ ๔ จบ การมาที่นี่ได้เห็นพลังศรัทธาของชาวพุทธซึ่งบางคนก็พาลูกเด็กเล็กแดงมานอนกลางลานพระธาตุอินแขวนแม้จะมีอากาศหนาว และประทับใจกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวพม่าที่ยังนุ่งผ้าโสร่งและทาแป้งทานาคาบนใบหน้า”

การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามเณรผู้บรรพชาภายใต้โครงการพระธรรมจาริกและศึกษาพระปริยัติธรรมสายสามัญในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒-๖ สังกัดโรงเรียนสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดศรีโสดา พระอารามหลวง และโรงเรียนวัดวิเวกวนาราม จ.เชียงใหม่ ให้ความสนใจเข้าสอบจำนวน ๖๐๐ รูป โดยได้ทำการคัดเลือกสามเณร จำนวน ๖ รูป และคัดเลือกเยาวชนสตรีแกนนำชาวพุทธ สังกัดศูนย์พัฒนาศักยภาพเยาวชนสตรีแกนนำชาวพุทธ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ๒ ท่าน จากผู้เข้าสอบ ๑๑๐ ท่าน รวมทั้งพระธรรมจาริกผู้มีผลงานการปฏิบัติงานดีเด่นอีก ๒ รูป จาก ๓๐๐ รูป เข้าร่วมโครงการฯ

โดยโครงการฯ จะใช้สถานที่ประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เช่น เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา อินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยจะสลับเปลี่ยนประเทศในแต่ละปี เพื่อจะได้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพุทธศาสนิกชน ทำให้เห็นความเหมือนและความแตกต่างของประเพณี การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณสถานโบราณวัตถุ ของประเทศนั้นๆ ทั้งเข้าพบปะผู้นำชาวพุทธในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ที่ยากจะหาได้ในห้องเรียน เพื่อเพิ่มพูนทักษะในด้านต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรในพระพุทธศาสนา อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอนาคต.



 

Powered by MakeWebEasy.com